img

กลยุทธ์ Momentum Trading คืออะไร ?

  Posted on 1 month ago (Oct 12, 2022)
277
img

ถึงแม้ว่าในโลกของเราจะมีกลยุทธ์ในการเทรดมากมายหลากหลาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีกลยุทธ์หรือวิธีการใดที่จะการันตีการทำกำไรได้ 100% ไปตลอด ดังนั้น นักลงทุนหรือเทรดเดอร์จึงต้องเลือกการใช้กลยุทธ์และรู้จักปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์การเทรดของแต่ละคน

 

เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเทรดเดอร์เอง บทความนี้ขอแนะนำกลยุทธ์ที่มีชื่อว่า Momentum Trading ให้หลายคนได้ลองอ่านเพื่อศึกษากัน โดยมีเนื้อหา ดังต่อไปนี้

 

กลยุทธ์การเทรดแบบ Momentum Trading คืออะไร ?

 

กลยุทธ์แบบ Momentum Trading นั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากแนวโน้มปัจจุบันของตลาดเมื่อเกิดความผันผวนอย่างรวดเร็วหรือรุนแรง (กราฟสวิง) ไม่ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงในราคา โดยกลยุทธ์นี้สามารถใช้ได้กับทุกตลาดการลงทุนเลยครับ แต่มักถูกใช้ในตลาด Forex และตลาดหุ้นบ่อยที่สุด เนื่องจากความมีความผันผวนสูงและมีสภาพคล่องสูงด้วยเช่นกัน 

 

อย่างที่นักลงทุนส่วนใหญ่คงทราบกันดีว่า ตลาดที่มีสภาพคล่องสูงมีความผันผวนมากเป็นพิเศษ เพราะกลยุทธ์นี้เราจะใช้ประโยชน์จากช่องว่างของราคาที่เกิดขึ้นจากความผันผวนนั่นเองครับ ซึ่งคล้ายกับกลยุทธ์การซื้อ-ขายระยะสั้นอื่น ๆ เช่น การซื้อขายรายวันเลย

 

หัวใจสำคัญของ Momentum Trading 

 

ถึงแม้ว่าจะเป็นการดูแนวโน้มหรือเทรนด์ว่ากำลังไปในทิศทางใด แต่หัวใจสำคัญของ Momentum Trading คือ การดูความถี่ของ Volume หรืออัตราการซื้อขายของผู้เล่นในตลาดนั่นเองครับ เพราะหากเราเห็นว่ากำลังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นแล้วกระโดดลงไปในตลาดโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าอาจจะเป็นช่วงชะลอตัวหรือกำลังจะกลับตัวเปลี่ยนเป็นเทรนด์ขาลงก็อาจทำให้เราขาดทุนหนักได้ เพราะราคาอาจจะกำลังขึ้นก็จริง แต่ว่าเริ่มแผ่วหรือขึ้นทีละเล็กน้อยเหมือนผู้เล่นในตลาดกำลังเปลี่ยนฝั่งก็อาจจะสร้างความเสียหายต่อออเดอร์ของเราได้


Momentum Trading คืออะไร

ปัจจัยสำคัญ 3 อย่างของ Momentum Trading 

 

Momentum Trading ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ ดังต่อไปนี้:

- ปริมาณการซื้อขาย (Volume)

- ความผันผวน (Volatility)

- กรอบเวลา (Time frame)

 

ปริมาณ (Volume)

ปริมาณการซื้อขายในตลาด นับเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการวิเคราะห์เทรนด์เลยครับ เพราะจะช่วยให้เรารู้ได้ว่า ณ เวลานั้น ๆ ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อหรือขาย เมื่อฝั่งใดฝั่งหนึ่งมีอัตราเร่งสูง หรือมีความถี่จำนวนมากก็จะเพิ่มโอกาสให้เกิดเทรนด์นั้นต่อเนื่องต่อไป

 

ปริมาณการเทรดมีความสำคัญต่อเทรดเดอร์มาก เพราะเทรดเดอร์จำเป็นต้องสามารถเข้าและออกออเดอร์ได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันเทรนด์ครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ามีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากน้อยแค่ไหน เพราะหากตลาดมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากนั่นแปลว่า ตลาดมีสภาพคล่องสูง และเทรนด์อาจจะเปลี่ยนได้ตลอดเวลาเลยครับ

 

ความผันผวน (Volatility)

ความผันผวน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญมาก ๆ เลยครับ เพราะหากตลาดมีความผันผวนสูง หมายความว่า มีการแกว่งตัวของราคามาก ในขณะที่ตลาดที่มีความผันผวนต่ำจะค่อนข้างมีเสถียรภาพสูง

 

ซึ่งเทรดเดอร์ที่ชอบใช้กลยุทธ์ Momentum Trading มักจะมองหาตลาดที่ผันผวน เพื่อใช้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นและลดลงในระยะสั้นเพื่อทำกำไรนั่นเองครับ

 

กรอบเวลา (Time frame)

กลยุทธ์การซื้อขายแบบโมเมนตัมมักจะเน้นที่การเคลื่อนไหวของตลาดในระยะสั้น แต่ระยะเวลาของการซื้อขายขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่แนวโน้มว่าจะอยู่ได้นานมากน้อยเพียงใด แน่นอนครับว่าสายเทรดสั้นชอบแน่ ๆ เวลาเห็นเทรนด์ที่ชัดเจน เพราะสามารถเข้าทำกำไรได้ในระยะเวลาสั้น ๆ 

 

ตัวอย่าง Indicator ที่ใช้หลัก Momentum 

1. RSI

2. Moving Average 

3. CCI

4. Stochastics



โดยสรุปแล้ว Momentum Trading ก็คือ การที่เราเทรดตามแนวโน้มหลักของการซื้อขายในตลาดนั่นเองครับ เพราะถ้าหากเราเลือกฝั่งที่เป็นฝ่ายข้างมาก ก็จะทำให้เราได้เปรียบในการทำกำไรจากในตลาดได้มากขึ้น และในการเทรดก็มี Indicator หลายตัวมากที่อ้างอิงจากหลัก Momemtum เพื่อนำมาวิเคราะห์ประมวลผลให้กับเราได้ใช้ 

 

ดังนั้น การที่เราได้รู้หลักการของ Momentum ว่ามีหลักการอย่างไรก็จะทำให้เราเข้าใจการเทรดได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน เพื่อนำไปประกอบกับการวางแผนเข้าออเดอร์นั่นเองครับ หวังว่าบทความนี้ของ Forexlearning จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจหลักการของ Momemtum Trading ได้ไม่มากก็น้อย

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สามารถศึกษาความรู้เพิ่มเติมดังนี้

คอร์สเรียนสำหรับมือใหม่ ฟรี!! : คลิกที่นี่

คลังบทความความรู้เพิ่มเติม : คลิกที่นี่

บทความรีวิวโบกเกอร์เพิ่มเติม : คลิกที่นี่

บทวิเคราะห์รายวัน : คลิกที่นี่

 


Blogs ล่าสุด

Blogs เพิ่มเติม