×
img
ราคาน้ำมันดิบล่วงเป็นประวัติการณ์ แต่ทำไมราคาน้ำมันในประเทศลดลงแค่ไม่กี่สตางค์
  Posted on 1 year ago (May 29, 2020)
852
img

ราคาน้ำมันดิบล่วงเป็นประวัติการณ์ แต่ทำไมราคาน้ำมันในประเทศลดลงแค่ไม่กี่สตางค์ นี่อาจจะเป็นคำถามที่หลายคนคงอยากจะรู้ เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบโลกไม่ว่าจะเป็น WTI Brent และ Dubai ลดลงอย่างน่าใจหาย จนเข้าขั้นสภาวะติดลบ แต่ราคาน้ำมันที่ขายปลีกภายในประเทศกลับลดลงแค่ไม่กี่สตางค์ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำมันที่ขายปลึกอยู่ในประเทศนั้นเป็นคนละอย่างกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

 

น้ำมันดิบ และน้ำมันที่ขายปลึกในประเทศ มีความแตกต่างกัน?

หากให้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างน้ำมันดิบ และน้ำมันที่ขายภายในประเทศ อาจจะกล่าวง่ายๆ คือ น้ำมันดิบคือวัตถุดิบตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตน้ำมันที่ขายปลีกภายในประเทศ เพราะน้ำมันที่ขายกันภายในประเทศนั้นผ่านกระบวนการมากมายก่อนที่จะนำออกขายได้ ซึ่งถึงแม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สำคัญอย่างน้ำมันดิบจะลดลงไป แต่ต้นทุนในกระบวนการอื่นๆก็ยังคงเดิม ทำให้ราคาน้ำมันที่ขายในประเทศไม่ได้รับลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมากนั้น โดยปกติแล้วต้นทุนในการผลิตน้ำมันที่ใช้จัดจำหน่ายจะแบ่งออกเป็น 8 ส่วน ในส่วนนี้จะช่วยอธิบายเสริมข้อความข้างต้นว่าราคาน้ำมันดิบ และราคาน้ำมันที่ขายภายในประเทศนั้นมีความแปรผันกันมากน้อยแค่ไหน

undefined

 

ต้นทุนน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ ทั้ง 8 ส่วน

1. ราคาที่ขายปลึกที่หน้าโรงกลั่น หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเนื้อน้ำมัน ( EX.REFIN ) ซึ่งก็คือต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ รวมถึงต้นทุนในการกลั่นออกมาให้กลายเป็นน้ำมันที่ขายกันเป็นลิตร ซึ่งน้ำมันดิบที่ประเทศไทยนำเข้าส่วนใหญ่ คือ น้ำมันดิบ?๊๋มาจากสิงคโปร์ โดยใช้ราคาน้ำมันดิบ Dubai เป็นราคาอ้างอิง ถ้าหากราคาน้ำมันดิบ Dubai มีการเปลี่ยนแปลงในตลาดโลก ก็ย่อยส่งผลต่อราคาน้ำมันที่ขายในประเทศไทยมากกว่า WTI หรือว่า Brent

2. ภาษีสรรพสามิต ( TAX ) การใช้น้ำมันยิ่งมีการใช้มากขึ้นก็ยิ่งส่งผลกระทบต่างๆในด้านมลภาวะมากขึ้น ดังนั้นต้นทุนในส่วนนี้จะช่วยในการจำกัดปริมาณในการใช้น้ำมัน

3. ภาษีเทศบาล ( M.TAX ) เป็นภาษีที่เก็บให้กับกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำกลับไปใช้บำรุงท้องที่ในเขตโรงกลั่นน้ำมัน

4. เงินสำรองในกองทุนน้ำมัน ( OIL FUND ) กองทุนน้ำมันถูกตั้งขึ้นเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ไม่ให้มีความผันผวนมากจนเกินไป อย่างในกรณีนี้หากราคาน้ำมันโลกมีการปรับตัวลดลง ราคาน้ำมันที่ขายในประเทศก็จะไม่ได้ปรับตัวลงมากนักเพราะต้องแบ่งเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อสำรองใช้ในกรณีที่ราคาน้ำมันโลกมีการปรับตัวสูงขึ้น

5. กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ( CONSV. FUND ) เป็นการเก็บภาษี เพื่อใช้ในการบำรุงและรักษาสิ่งแวดร้อม

6. VAT 7% เนื่องจากน้ำมันจัดเป็นสินค้าประเภทหนึ่ง จึงถูกคิดภาษีในส่วนนี้เป็นปกติ

7. ค่าการตลาด ( MARKETING MARGIN ) การที่จะจำหน่ายน้ำมัน ตัวแทนจำหน่าวยจะต้องมีค่าการตลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนของปั้มน้ำมัน หรือค่าโฆษณาต่างๆ ดังนั้นค่าการตลาดจึงถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจำหน่วยน้ำมันนั้นเอง

8. VAT ที่เกิดจากค่าการตลาด

เมื่อเห็นโครงสร้างของต้นทุนการผลิตน้ำมันเพื่อจำหน่วย เชื่อว่าทุกคนคงจะมีความเข้าใจที่ดีแล้วว่าราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก ทำไมส่งผลให้ราคาน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศลดลงไปแค่ไม่กี่สตางค์ แต่อย่างไรก็ตามการปรับตัวของราคาสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือสินค้าอื่นๆ ก็เกิดขึ้นจาก Demand และ Supply เนื่องจากไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจต่างๆชะลอตัวรวมถึงธุรกิจการบินที่เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของตลาดน้ำมัน ธุรกิจการบินทั่วทั้งโลกอยู่ในสภาวะที่ซบเซา ทำให้เกิดการใช้น้ำมันที่น้อยลง ทำให้เกิดอุปทานส่วนเกิน นั้้นก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก ไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันที่ขายในประเทศปรับตัวลดลงจนน่าตกใจ แต่เนื่องด้วยน้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต หากน้ำมันดิบมีการปรับตัวลงอีก น้ำมันที่ใช้ในประเทศก็ต้องปรับตัวลงเช่นกันไม่มากก็น้อย

 

ติดต่อข่าวสารเพิ่มได้ที่

Website - www.forexlearning.co

Facebook - Forexlearning

YouTube - Forexlearning Thailand


Blogs เพิ่มเติม